opening shop
posted on 13 Sep 2009 23:07 by princessseaweed in contactlensจะครบสองปีแล้ว
ทำให้นึกถึงความหลัง แหม แมวๆ ช่วยกันทำงานเป็นที่สุด
จะครบสองปีแล้ว
ทำให้นึกถึงความหลัง แหม แมวๆ ช่วยกันทำงานเป็นที่สุด
Neo 2 tones Sunflower Brown
สีน้ำตาลกลางๆ กำลังดี
ที่ญี่ปุ่น แพงมหาศาล รายสามเดือน Neo cosmo ที่ญี่ปุ่นเรียก Neo cosme
รุ่นนี้อยู่ 1600 กว่าบาท
Neo cosmo 2Tone Sunflower
เป็นคอนแทคเลนส์ที่สีสวยมาก ไม่รู้ Neo Vision Co.,LTD ทำได้งัย
เรื่องความใส่สบายก็กินขาด ยี่ห้ออื่น
คิกๆ ใส่แล้วเหมือนนางแบบไหม ?
* คอนแทคเลนส์ที่มีอายุการใช้งานสั้น จะมีค่าอมน้ำมากกว่า คอนแทคเลนส์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน
- คอนแทคเลนส์ รายวันอาจจะมีค่าอมน้ำ 55%
- คอนแทคเลนส์ ราย 1-3 เดือนมีค่าอมน้ำประมาณ 45%
- คอนแทคเลนส์ราย 6-12 เดือน อมน้ำประมาณ 38-42%
ความจริงคือการ ใส่สบายไม่ได้อยุ่ที่ค่าอมน้ำมาก
แต่อยู่ที่
- การที่คอนแทคเลนส์ นั้นสามารถนำ Oxygen ไหลเวียนให้กับดวงตามากที่สุด (เป็น High Oxygen Permeability)
- ค่า C.T (Centre Thickness) หรือความหนาบางของคอนแทคเลนส์(กำลังสายตา)ก็มีผล
- วัสดุที่ใช้ทำคอนแทคเลนส์ ส่งผลต่อ ความนิ่มของคอนแทคเลนส์ ปัจจุบันนิยมใช้ HEMA *
- วิธีการผลิต เทคนิคในการผลิตเลนส์ เช่น CASTING MOLD , SEMI CASTING MOLD
- เส้นผ่านศูนย์กลางของเลนส์ DIA (DIAMETER) DIA 14.0 จะใส่สบายกว่า DIA 14.5
*** HEMA (poly hydroxyethy methacrylate) เป็นไฮโดเจล ***
*** สารไฮโดรเจล (hydrogel) คือ สารที่มีลักษณะเป็น เจล (gel) และ มีน้ำอยู่ (อมน้ำ) ***
การผลิตคอนแทคเลนส์ทุกวันนี้ยังยึดหลักการที่ว่า คอนแทคเลนส์ที่ดีจะต้องอุ้มน้ำได้มาก โดยเฉพาะเลนส์ที่อุ้มน้ำได้ถึงร้อยละ ๘๐ด้วยเชื่อว่าน้ำจะช่วยให้ไม่เคืองตาและเพิ่มออกซิเจนให้เยื่อตา ทั้งที่ความจริงแล้วเลนส์ที่มีน้ำน้อยจะให้ภาพที่ชัดและถูกต้องกว่า
ผู้ที่เหมาะจะใส่คอนแทคเลนส์
1. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตา
- สายตาสั้น / สายตาเอียง / สายตายาว
2. ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน , ต้อลม , ต้อหิน , ต้อกระจก
3. สำหรับผู้ที่มีกระจกตาโค้งมากกว่าปกติ (Keratoconus) ค่าความโค้งน้อยกว่า 8.0 หรือ กระจกตาบางมาก แนะนำเป็น ให้ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (HCL)
4. ผู้ที่เป็น "TRICHIASIS" คือมีความผิดปกติของขนตาที่งอนเข้าไปแยงกระจกตา เป็นสาเหตุทำให้น้ำตาไหล แก้ไขได้โดยใส่คอนแทคเลนส์ขนิดนิ่ม (SCL) กันตาไว้
ผู้ที่ไม่เหมาะจะใส่คอนแทคเลนส์
1. มีสุขภาพตาไม่ดีเช่น
เป็นต้อลม, ต้อเนื้อ, ตาแดง, กระจกตาไม่รับรู้ความรู้สึก, ตาแห้ง, ตาบวมและผู้ที่กระพริบตาครึ่งตา
2. มีโรคประจำตัวบางโรคเช่น
• โรคเบาหวานมีอาการบวมเป็นแผลถลอก แผลหายช้าและอักเสบง่าย ค่าสายตาไม่คงที
• โรคไขข้ออักเสบ ทำให้ตาแห้งการทำความสะอาดเลนส์และการใส่ต้องตรวจและติดตามผลบ่อยกว่าปกติ
• โรคความดันโลหิตสูง มีผลทำให้น้ำในร่างกายไม่คงที่
• โรคภูมิแพ้ มีโอกาสแพ้เนื้อวัสดุที่ผลิตคอนแทคเลนส์และแพ้น้ำยาได้ จะทำให้มีอาการตาแดง, ตาแห้งและคันตา
• ตั้งครรภ์ ทุกอย่างในร่างกายจะปรับสภาพใหม่ มีผลทำให้กระจกตาบวม ควรแนะนำให้ใส่หลังคลอดแล้ว 3-4 เดือน
3. ผู้ที่ต้องทานยาบางประเภทเป็นประจำ เช่น
• ยา ANTIHISTAMINE รักษาโรคภูมิแพ้
• ยา ANTIDIABETIC รักษาโรคเบาหวาน
• ทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานหลายปี มีผลทำให้น้ำที่กระจกตามีมากขึ้น 78% จะมีอาการกระจกตาบวม
4. ผู้ที่ทำงานบางประเภทที่ต้องประสบกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นประจำ เช่น
• มีฝุ่นละอองมาก
• มีลมแรงพัดผ่านเป็นประจำ
• มีควันบุหรี่หรือควันพิษ รวมถึงเขม่าต่างๆ
• มีไอระเหยของสารเคมีต่างๆ ที่เป็นอันตราย
5. ผู้ที่อายุไม่เหมาะสม เช่น เด็กเกินไปหรือมีอายุมากเกินไป ไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้
เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับ คอนแทคเลนส์
คอนแทคเลนส์ (เลนส์สัมผัส) คือ เลนส์ที่ใส่แล้วสัมผัสโดยตรงกับส่วนหน้าของลูกตา โดย ปิดคลุมเฉพาะ กระจกตา
ประโยชน์ของคอนแทคเลนส์
- เพื่อความสวยงาม
- เพื่อแก้ไขความผิดปกติทางสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง
คอนแทคเลนส์มีกี่ชนิด ?
1. Hard lens คอนแทคเลนส์ ชนิดแข็ง สามารถคงรูปร่างอยู่ได้ในสภาพปกติ (ไม่ต้องแช่น้ำยา)
ทำจากพลาสติกชนิดเมททิลเมททราครัยเลท (PMMA)
2. Soft lens คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม ไม่สามารถคงรูปร่างในสภาพปกติได้
ทำด้วยสารไฮโดรเจล (hydrogel) ซึ่งเป็นสารที่มีลักษณะเป็น เจล (gel) และ มีน้ำอยู่
อาจผลิตได้โดยการใช้ของเหลวใส่ลงในแบบพิมพ์ที่หมุนด้วยอัตราความเร็วและอุณหภูมิตามที่กำหนด
เพื่อให้ได้เลนส์ที่มีแบบความโค้ง และ กำลังขยายที่ต้องการหรืออาจผลิตโดยใช้เครื่องจักรในการขัด
หรือปรับรูปร่างให้ได้ ตามที่ต้องการคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มส่วนใหญ่จะทำด้วยสารไฮดร๊อกซีเมททิล
เมททราครัยเลท (HEMA) เป็นพื้นฐาน และผสมด้วยสารโพลีเมอร์ตัวอื่น
คอนแทคเลนส์ สามารถแบ่งตามวัตถุประสงค์ในการใช้เป็น 7 ชนิด
1. Daily wear lenses ใส่ได้ไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมง และ ต้องถอดเวลาหลับ- ชนิดที่ถอดล้างทุกวัน (Daily wear) เป็นชนิดที่ใช้กันทั่วๆไป
2. Prolonged-wear lenses หรือ Extended wear ชนิดใส่ได้เป็นเวลาติดต่อกันนานเกินกว่า 24 ชั่วโมง
- ชนิดที่ใส่ค้างคืนได้หลายๆวัน (Extended wear) เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการล้างทุกวัน
เช่น เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ ที่ต้องอาศัยผู้อื่นถอดใส่เลนส์ให้
3. Cosmetic lenses ชนิดที่ผสมสี ใส่เพื่อความสวยงาม ไม่ใช่เพื่อแก้ไขความบกพร่องทางสายตา
- ชนิดที่ใช้เปลี่ยนสีตาได้ (Cosmetic lenses) เพื่อความสวยงาม มีหลายสี เช่น ฟ้า เขียว ม่วง เทา น้ำตาล
4. Toric lenses ใส่เพื่อแก้ไขอาการสายตาเอียง
5. Disposable lenses ใส่ได้เป็นเวลานานแบบ extended wear แต่ใช้ใส่ได้ครั้งเดียว ไม่สามารถนำกลับมาใช้อีก
- ชนิดที่ใส่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Disposable soft contact lens) อาจใส่ต่อเนื่องโดยไม่ถอดเลนส์เลยหรือใส่ถอดทุกวัน
เมื่อครบอายุการใช้งานจึงเปลี่ยนคู่ใหม่
6. Bandage lenses ใช้ปิดคลุมกระจกตา (corneal) เพื่อป้องกันกระจกตาจากภายนอกและช่วยให้แผลที่กระจกตา
หายเร็วขึ้น
7. Bifocal หรือ multifocal lenses ใช้ในรายที่มีอาการสายตาสั้นและสายตายาวอยู่ด้วยกัน
ซึ่งจะมีจุดโฟกัสต่างกันในแต่ละส่วนของการมอง (optical zone )
การดูแลรักษาความสะอาดเลนส์
เป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้ใส่เลนส์จะต้องปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ปัจจุบันนี้มีน้ำยาที่ใช้ทำความสะอาดเลนส์ และแช่เลนส์เพื่อฆ่าเชื้อโรคหลายชนิด วิธีการใช้อาจแตกต่างกันไปบ้าง จึงควรศึกษารายละเอียดให้ทราบแน่นอนก่อนใช้ มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนจากการใช้คอนแทคเลนส์ได้ เช่น เยื่อตาอักเสบ จากการแพ้น้ำยา เยื่อตาอักเสบจากการแพ้สิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในเนื้อเลนส์ เลนส์ไม่สะอาดทำให้เกิดการติดเชื้อที่ตา ถ้าเกิดอาการผิดปกติ เช่น อาการเคืองตา ตาแดง ตามัว ให้ถอดคอนแทคเลนส์ออกทันที และมาหาจักษุแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้องต่อไป